บทความใหม่มาเสริฟแล้วคร้าบ มาคราวนี้ก็เป็นอนิเมอีกแล้ว ก่อนอื่นขอแจ้งข่าวที่ประกาศไปในเพจที่เฟซกับผู้ที่ตามแต่ในบล็อก ว่าตัวผมเองจะเขียนเพียงเดือนละเรื่องเท่านั้นนะครับ เพราะแต่ละบทความในสต็อกค่อนข้างใช้เวลาในการเขียน ทีนี้มาเข้าเรื่องของเอนทรีนี้กัน สาเหตุที่ทำเรื่องนี้เพราะเดือนที่แล้ว ผมไล่ดูอนิเมซีรี่ย์ที่ดองไว้ไปเยอะพอสมควร หลายเรื่องก็สนุกอยู่อย่าง Jormungand หรือ Seitokai yakuindomo Season 2 แต่ Mahou maou yuusha ที่ต้นฉบับนิยาย คนเขียนเดียวกับ Log Horizon ดันทำผมผิดหวังตั้งแต่ครึ่งแรกที่ได้ดูเพราะว่ามัน...รวบโครต! เดินเรื่องไม่รู้จะไปแข่งรถที่ไหน มีประเด็นดีๆอย่างสงครามและเศรษฐกิจ แต่ทำเพียงฉาบฉวย แถมจำนวนตอนก็น้อย เลยไม่ลงลึกอย่าง Log Horizon และประเด็นดีๆนั่นก็เป็นความดีความชอบของตัวนิยายอยู่แล้ว และพอเล่าเรื่องเร็วก็ทำให้ปูตัวละครไม่ดีอีก ดังนั้นสำหรับผม Mahou maou yuusha ภาคอนิเมจึงจัดได้ว่า ไม่หนุกแถมยังทำให้หงุดหงิด แต่หลังจากนั้นก็ไปดูเรื่องนี้เอาตอนดึกคืนหนึ่ง ดูโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไร หรือถ้าจะให้พูดก็คือลืมไปแล้วว่าเคยคาดหวัง มันทำให้ผมประทับใจทันทีที่ดูตอนแรก และรักมันใน 4 ตอน และติดลมยาวจนดูรวดเดียวจบทั้งซีรี่ย์ เรียกได้ว่าทำเอาผมลืมจอมมารกับผู้กล้าไปเลย จึงอยากเอามาเล่าให้ผู้อ่านทุกท่านฟังว่า Suisei no Gargantia เรื่องนี้มันทำให้ผมประทับใจยังไง

 
 
 
      Suisei no Gargantia อนิเมชั่นญี่ปุ่นจำนวน 13 ตอนจบ สร้างโดยสตูดิโอ Production I.G และเขียนบทโดย อุโรบุจิ เกน ซึ่งทั้งสตูดิโอและเกนเคยร่วมงานกันมาแล้วในอนิเมที่ผมทั้งรักทั้งชอบมากอย่าง Psycho - Pass แต่อนิเมเรื่องนี้กลับมีโทนต่างกันอย่างสิ้นเชิง Suisei no Gargantia พูดถึงโลกในอนาคตที่กลายเป็นน้ำแข็งเพราะดวงอาทิตย์เกิดดับ มนุษยชาติเลยต้องออกจากโลก ไปสร้างเมืองบนอวกาศชื่อ อวาลอน และระหว่างนั้นต้องทำสงครามกับเผ่าพันธุ์ที่คิดทำลายมนุษย์ ชื่อ ฮีเดียส ทหารหนุ่มผมเงินตาม่วงในรูป ชื่อ เลโด้ (แต่ซับเรียก เรด) คือหนึ่งในผู้ขับหุ่นรบไปสู้กับพวกฮีเดียสในอวกาศ แต่แผนผิดพลาด กองทัพมนุษย์ถูกทำลาย ทำให้พวกเขาต้องถอยร่น เลโด้ที่ตามกลับเข้ายานแม่ไม่ทัน ทำให้หลุดเข้าไปในวาร์ปไดร์ฟ และมาโผล่อีกทีที่กองเรือการ์กันเทีย บนโลกที่น่าจะกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว!  
 
     เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยนะครับ ที่ผมวิเคราะห์ได้โดยไม่ต้องทำการสปอยเนื้อเรื่องมาก จากเนื้อเรื่องข้างต้น เมื่อเลโด้ตื่นมาอยู่บนเรือการ์กันเทีย กองเรือขนาดใหญ่เท่าเมืองหนึ่งเมืองที่ลอยอยู่บนโลกที่มีแต่น้ำ มนุษย์บนเรือมีอารยธรรมที่ยังไม่ล้ำหน้าเท่าอวาลอน หรือก็คือเทียบได้เท่ากับยุคของเรานั่นเอง ฉะนั้นเมื่อครั้งแรกที่หุ่นเชมเบอร์ของเลโด้สำแดงอนุภาพ ทั้งเหาะได้ พูดเองได้ อาวุธวิทยาการที่ล้ำกว่า ก็เล่นเอาคนเรือหงายเงิบไปตามๆกัน เป็นมุข Culture Shock ตามธรรมเนียมของเนื้อเรื่องแนวหลุดไปอยู่อีกยุค แต่ Culture Shock ของ Suisei no Gargantia ทำได้ละเอียด และความละเอียดนี้เองที่ก่อประเด็นในหัวผมตามมาระหว่างดู นั่นคือการเปลี่ยนถ่ายของการเป็นเครื่องจักรสงครามของเลโด้ ไปสู่ ความเป็นมนุษย์สามัญแบบพวกเรานี่เอง
 

 
First Contact ?
 
       Culture Shock จะเกิดขึ้นเมื่อความแตกต่างของสอง "วัฒนธรรม" มาชนกัน ในที่นี้คือความต่างกันที่สุดขั้ว ระหว่างโลกที่เลโด้จากมา กับโลกใหม่บนการ์กันเทีย อย่างที่ได้เกริ่นไว้ในตอนแรกว่าโลกของเลโด้คือสงคราม ทุกอย่างอยู่ภายใต้ภาวะของความจำเป็น ผู้ที่เก่งและแข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นมนุษย์ที่มีค่า ผู้ที่อ่อนแอ ไม่อาจออกไปรบได้จะถูกกำจัดทิ้งเพราะทรัพยากรมีจำกัด คนที่ถูกคัดเลือกก็จะต้องเป็นทหาร ถูกฝึกเป็นพันๆชั่วโมงในห้องนักบิน ระบบพื้นฐานทางสังคม อย่างครอบครัวถูกรื้อทิ้งเพราะไม่จำเป็น การเลี้ยงดูเด็กจะถูกควบคุมโดยผู้คุม ได้รับการฝึกและ "ป้อนข้อมูล" โดยสหพันธ์ ให้เป้าหมายและการคงอยู่ของพวกเขา มีแค่อย่างเดียวคือการฆ่าเหล่าฮีเดียส การทำลายฮีเดียสเท่านั้นจึงจะทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ดี ทั้งหมดนี้ถูกนำมา สร้างเป็นระบอบที่สหพันธ์ใช้ปกครองมนุษย์ในยุคของเลโด้ ฟังดูเป็นโลกที่กดดันและหม่นหมอง แต่ที่มันจิ๊ดคือ เลโด้ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกลดรอนเสรีภาพเลย ตรงข้าม เขาคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ ซ้ำยังสนับสนุนเพราะในมุมมองของเลโด้ การจัดระเบียบสังคมแบบนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะในภาวะความสงคราม แต่มันเป็นระบอบที่ถูกต้องที่จะนำพามนุษย์ไปสู่ความสงบสุข เพราะในระบอบแบบนี้ทุกคนเท่าเทียบ ซึ่งข้อมูลนี้ "ถูกป้อน" โดยสหพันธ์

 
 
การสู้รบของเลโด้ที่มันหมายถึงการคงอยู่ของเขา
 
       แต่เมื่อเลโด้มาอยู่การ์กันเทียก็ถึงขั้นกับเอ๋อรับประทาน เพราะสังคมบนการ์กันเทีย  ก็เหมือนกับสังคมแบบเรา ไม่มีเรื่องสงคราม เป็นสังคมที่ปกติ "ในแบบของเรา" ทำให้ทั้งเลโด้ และ A.I. สนับสนุนนักบินเชมเบอร์ทำตัวเงอะงะไปพักใหญ่ มีหลายอย่างที่ขวางกั้นระหว่างเลโด้กับคนบนเรือมาก ทั้งภาษา รูปแบบสังคมที่แตกต่าง วิถีชีวิต แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นกุญแจสำคัญจริงๆที่ทำให้เลโด้ไม่เข้าใจโลกแบบการ์กันเทีย เพราะเขาไม่เคยมีมัน และเป็นตัวการที่ทำให้เลโด้เปลี่ยนจากตอนแรกเป็นทหารที่ในหัวมีแต่เรื่องฆ่าฮีเดียส กลายเป็นคนทั่วไปที่สามารถใช้ชีวิตตามใจตัวเองได้ สิ่งนั้นคือ Will 
 
      ก่อนที่ผมจะไปต่อ ผมขออธิบายเรื่อง will นี้ก่อน ซึ่งแปลตามตัวก็เจตจำนงค์ ขยายความก็คือเป็นความสามารถของคนคนหนึ่งที่จะเลือกและตัดสินใจในการกระทำใดๆของตน ถ้าให้พูดภาษาชาวบ้านก็คือมีความต้องการด้วยตัวเองนะ ซึ่งเจ้า will เนี้ยมันมีลัทธิอยู่ 3 ลัทธิใหญ่ที่มายุ่งกับมัน คือ
 
- Indeterminism : เป็นพวกที่เชื่อใน Free will คือมนุษย์มีศักยภาพที่จะเลือกอะไรก็ได้ด้วยตนเอง
- Determinism : พวกที่ไม่เชื่อใน Free will มนุษย์ไม่ได้เลือกกระทำอะไรด้วยตนเอง หากแต่มีเหตุผลักดันให้ทำ
- Compatibilism : เป็นการผสมแนวคิดทั้ง 2 กลุ่ม ก็คือมนุษย์มีสิทธ์เลือกได้ด้วยตัวเอง แต่มีเหตุเป็นปัจจัยร่วมอยู่
 
        บางคนอาจงงกับ Compatibilism ว่ามันยังไง คือพวกที่เชื่อใน Free will จะมองว่าไม่มีอุปสรรคใดๆแม้แต่เหตุของการกระทำของบุคคลนั้นๆมาขัดขวางการเลือกของเขา คือฉันจะทำก็ทำได้ แต่พวก Determinism จะเชื่อว่าการเลือกการตัดสินใจของแต่ละคนไม่เคยมาจากการเลือกอย่างอิสระ แต่เลือกเพราะมันมีเหตุให้ต้องเลือก ซึ่งพวกนี้จะเถียงกับพวก Free will ว่าการกระทำแต่ละอย่างของมนุษย์เป็นกลไกของเหตุและผล ที่คนนั้นเลือกที่จะทำแบบนั้น ก็เพราะเขามีเหตุก่อนหน้ามาเป็นตัวกำหนดให้เขาทำ ส่วนพวก Compatibilism ที่เชื่อในทั้งสองพวก พยายามประนีประนอมว่า เฮ้ย มนุษย์มี Free will ก็จริง แต่อุปสรรคและเหตุเองก็จริงเหมือนกัน คนคนหนึ่งเลือกจะทำหรือไม่ทำอะไร ก็ต่อเมื่อเขามี "ศักยภาพ" และ "โอกาส" ที่จะเลือกได้ คือฉันทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็อดทำ เป็นการอธิบายแนวคิดเหล่านี้เพียงผิวๆนะ เพราะตัวอนิเมมันก็ไม่ได้ปรัชญาจ๋าอะไรขนาดนั้น

 
 
บรรยากาศบนเรือการ์กันเทีย
 
        Will หรือเจตจำนงค์ คือสิ่งที่เลโด้ไม่มี เพราะเมื่อตอนอยู่สหพันธ์ เขาถูกป้อนมันมาตลอดโดยการอ้างเรื่องการสร้างความสงบให้กับมนุษย์ ซึ่งวิธีการนี้จะนับว่าเป็นการล้างสมองก็ได้ ซึ่งตรงนี้พิจารณายากมากว่าระบอบนี้เป็น Determinism หรือไม่ เพราะมีข้อมูลที่หนึ่งที่บอกว่า การล้างสมอง ไม่ใช่ Determinism เพราะจะเป็น Determinism ได้ก็ต่อเมื่อมีอะไรบางอย่างมา "ขัดขวาง" Will ของบุคคลนั้น แต่การล้างสมอง เป็นการ "ให้" will แก่บุคคลนั้น แต่การใส่ Will ที่ผู้อื่นต้องการลงไปยังอีกบุคคลหนึ่ง เท่ากับเป็นการขัดขวาง Will ของตัวบุคคลนั้นหรือเปล่า? เพราะจะมี Will ได้ก็ต้องเป็น Will จากบุคคลนั้นเอง ไม่ใช่ให้คนอื่นมาใส่ให้ ถึงแม้ว่าการล้างสมองจะทำให้ดูเหมือนเขามี Will เป็นของเขาเอง แต่ผมก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าการทำเนียนเอาความต้องการของตัวเองไปใส่ให้คนอื่นด้วยการล้างสมอง ไม่เป็น Determinism ซึ่งอันนี้เป็นความเห็นของผมเฉยๆนะครับ อย่ายึดเป็นจริงเป็นจังละ 555 เอาเป็นว่าโลกของเลโด้เป็นโลกที่สหพันธ์ป้อน Will ให้ทหารอย่างเลโด้ ทำให้สถานะของคนออกรบอย่างเลโด้ไปไกลกว่าทหาร เพราะทหารในยุคเราเขาก็ยังสามารถมี Will เลือกเพลงที่ชอบ หรือทำอะไรที่ทำให้เขามีความสุขได้ แต่เลโด้นี้คือถ้าไม่ได้รับคำสั่งอะไร สิ่งที่เขาทำคือ "เตรียมพร้อม" คือไม่ทำอะไรเลย ต้องนั่งรอคำสั่งอย่างเดียว ไม่ต่างจากเครื่องจักรที่รอคนมาคลิกให้ทำ ผมจึงใช้คำเรียกเลโด้ว่า "เครื่องจักรสงคราม" หรือ War Machine ในรูปมนุษย์ที่สร้างสรรค์มาอย่างสมบูรณ์โดยสหพันธ์อวกาศ ไม่ใช่ทหารที่ยังสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง อยู่ และเมื่อเลโด้ได้มาใช้ชีวิตอยู่บนการ์กันเทีย กระบวนการเกิด will ในตัวเขาจึงเริ่มขึ้น

 
 
 
"ถ้าหากกำจัดฮีเดียสได้หมดแล้ว และเลโด้จะทำอย่างไรต่อไปละ?"
 
        คำถามกระแทนใจนั้น มันกระตุ้นจิตสำนึกแบบคนทั่วไปที่สามารถมีความต้องการของตัวเองในตัวเลโด้ มันเป็นคำถามที่ทำเขาจุกพอสมควร เพราะมันไม่เคยอยู่ในหัวของเขาหรือทหารคนไหนเลยว่า เมื่อกำจัดฮีเดียสได้แล้วจะทำอะไรต่อไป ถึงแม้พวกเขาจะได้รับสิทธิ์ให้ใช้ชีวิตที่อวาลอน แต่เป็นทหารที่รู้จักแต่การฆ่า ตอนที่เลโด้อยู่บนการ์กันเทียที่ทุกคนทำงานหากินกันตามวิถีชาวบ้าน ในตอนแรกตัวเลโด้ทำงานเหล่านี้แทบไม่ได้เลย เราอาจคิดต่อไปได้ว่าบนอวาลอนอาจไม่มีงานในแบบโลกปัจจุบัน แต่ถึงแบบนั้นแค่ความต้องการของตัวเองยังไม่มี การใช้ชีวิตแบบปกติชนก็ดูจะเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวไม่ใช่น้อยเลยสำหรับเลโด้ และช่วงกระบวนการปรับตัวของเขาที่กินเวลาเกือบทั้งซีรี่ย์จนบางคนก็บ่นว่ามันยือเยื้อไป ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคนไป แต่สำหรับผมกลับมองว่าแนวทางของอนิเมนั้นชัดเจนว่าเป็นแนว Healing การเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตของเลโด้ถูกแสดงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่รีบร้อน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นหัวใจของซีรี่ย์เลย

 
 
บรรยากาศของผู้คนที่มีชีวิตชีวา
 
      Will ในตัวเลโด้เริ่มตื่นขึ้น เมื่อเข้าต้องปรับตัว ผนวกกับเรียนรู้ชีวิตของผู้คนที่เขาไม่รู้จัก มันเริ่มมาจากฐานที่เราเกริ่นกันมาว่าเขาทำอะไรไม่ได้ หรือก็คือมันไม่มีอะไรให้เขาทำนั่นเอง ทำให้เลโด้ตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ว่างเปล่า วันๆได้แต่นั่งรอทั้งๆที่เขาไม่มีวันได้รับคำสั่งอีกแล้ว ขณะที่เชมเบอร์หุ่นยนต์คู่หูกลับได้ทำอะไรที่เรียกว่าเป็นประโยชน์กับคนอื่น อย่างช่วยขนตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นงานลำบาก และก็อย่างที่เราเกริ่นไว้อีกว่าสหพันธ์ปลูกฟังแนวคิดวเรื่องการจะเป็นคนที่มีค่าได้ ต้องเป็นคนที่มีประโยชน์ ทำให้ความรู้สึกว่าไร้ประโยชน์ที่วันๆไม่ได้ทำอะไรของเลโด้ ผลักดันให้เขาเริ่ม "อยาก" ทำตัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการวิ่งหางานทำ เมื่อทำงานย่อมได้ค่าจ้าง ที่นี้สิ่งที่ท้าทายต่อมาสำหรับเลโด้คือ การมีเงิน เนื่องด้วยตอนอยู่สหพันธ์เขาไม่ให้ทหารมีทรัพย์สินอะไรในครอบครอง และถูกเลี้ยงดูฟรีจึงไม่จำเป็นต้องมีเงิน ดังนั้นนี้จึงเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเลโด้ถึง 2 อย่างเลยคือ การมีทรัพย์สิน (เงิน) ในครอบครองครั้งแรก และการมีสิทธิ์ที่จะ "เลือก" ครั้งแรก เพราะเงินอย่างที่เรารู้กัน มันคือตัวแปลงในการแลกเปลี่ยนสิ่งของตามค่าของมัน ทำให้เลโด้สามารถใช้เงินที่มีอยู่ไปซื้อของอย่างอื่นมาไว้ในครอบครองได้โดยที่ตัวเขาสามารถเลือกได้เองว่าจะซื้ออะไร และพอได้เงินเลโด้ก็ใช้ไม่เป็นตามระเบียบ เลยต้องให้คนอื่นมาสอนวิธีใช้เงินให้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เลโด้เริ่มคิดที่จะเลือกด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอป้อนคำสั่งอีกต่อไป ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งเนื้อเรื่องถึงจุดพลิกผัน (ไม่สปอยต่อนะฮะ 55)
 
 
 
เลโด้กับการได้เงินครั้งแรก
 
       ผลกระทบต่อมาจากการมี Will คือภาวะการคงอยู่ของเลโด้นั้นเปลี่ยนไป จากภาวะการคงอยู่ที่สหพันธ์เคยป้อนให้ กลายเป็นภาวะการคงอยู่ที่เขาเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งภาวะการคงอยู่นี้ ในทางปรัชญาเรียกว่า อัตถิภาวนิยม (Existentialism) เป็นแนวคิดที่ว่าการมีอยู่ของปัจเจกหนึ่ง สามารถสร้างและมีอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง เหตุที่คิดแบบนี้เพราะสมัยก่อนตะวันตกถูกครอบงำโดยศาสนา มนุษย์ไม่ได้มีอยู่ด้วยตนเอง หากแต่เป็นของพระเจ้า พระเจ้าคือผู้กำหนดชีวิตมนุษย์ แม้แต่ปรัชญาก็ปฏิเสธเรื่องของมนุษย์ ให้ความสำคัญกับเหตุผลและความจริง ตัดส่วนสำคัญที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ คือ "อารมณ์" ไปซึ่งปรัชญาสายนี้แหวกออกไปโดยบอกว่า จะมีความเป็นมนุษย์ได้นั้น ต้องมีทั้งเหตุผลและอารมณ์ เพราะมนุษย์ไม่ใช่ชาวดาววัลแคน ยังไงมนุษย์ก็ยังคงมีความรู้สึกอารมณ์ที่ตอบสนองต่อสิ่งที่มากระทบ อัตถิภาวนิยมนั้นให้ความสำคัญกับปัจเจกและกระตุ้นให้ผู้คนตั้งคำถามที่ว่า ตนเองนั้นมีอยู่อย่างไร? เพื่อค้นหาภาวะการดำรงอยู่ของตัวเอง โดยใช้เหตุผลพิจารณาภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่เราเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ต่างๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะบอกได้ว่าอะไรเป็นตัวเรา ซึ่งแยกปัจเจกนั้นออกจากความเป็นอื่น เมื่อรู้ว่าสิ่งใดทำให้เป็นตัวมัน ปัจเจกนั้นจึงรู้ว่ามันดำรงอยู่ หรือก็คือ Exist
 
       ตอนอยู่สหพันธ์ที่เลโด้ถูกป้อน will ให้ฆ่าเหล่าฮีเดียส ทำให้ Exist ของเขาก็คือ เครื่องจักรสงครามที่มีหน้าที่กำจัดศัตรูที่ถูกนิยามว่าเป็นภัยต่อมนุษย์ แต่เมื่อ will เปลี่ยนกลายเป็นสิ่งที่เขาเลือกเองว่าจะกระทำอะไรหรือไม่ Exist ของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นในสิ่งที่เขาเลือก ซึ่งตรงนี้สัมพันธ์กับความคิดเกี่ยวกับค่าของคนบนเรือการ์กันเทีย ที่แตกต่างจากการนับแต่ประโยชน์ของสหพันธ์ ค่าของมนุษย์หนึ่งคนบนการ์กันเทีย คือคุณมีค่าสำหรับใครบางคน ขาดคุณไปเขาอยู่ไม่ได้ และคุณก็ขาดเขาไปไม่ได้เช่นกัน และตัวเลโด้เองก็เป็นที่รักและสำคัญสำหรับคนบนการ์กันเทียไปแล้ว แต่ตัวเลโด้เองยังคงต้องค้นหาว่าคนบนการ์กันเทียนั้นมีค่าสำหรับเขาหรือไม่ ซึ่งเลโด้ได้พิจารณาเรื่องนี้ตลอดการปรับตัวของเขาแล้ว และคำถามที่ว่า ตนเองนั้นมีอยู่อย่างไร? ความรู้สึกต่างๆที่ถาโถมใส่เลโด้ทุกครั้งที่เขาเจอเรื่องต่างๆ ทุกความรู้สึกล้วนแปลกใหม่ เพราะเขาไม่เคยมีมันมาก่อน หรืออาจมีแต่มันก็ถูกกดทับอยู่นาน จนเขาได้รับรู้มันอีกครั้งบนโลกที่ต้องใช้ความรู้สึกนี้รับรู้การมีอยู่ ของคนอื่นและตัวเอง เพื่อที่จะเข้าใจ และคำตอบที่ผลักดันการกระทำของเขาในตอนท้ายของซีรี่ย์ จะก่อ Exist ด้วย will ของตัวเลโด้เอง ที่ทำให้เขาก้าวไปสู่ความเป็นมนุษย์ ตามแนวคิดของ Existentialism 
 
 
 
 
 
      บอกว่าไม่ปรัชญา แต่ก็เขียนไปซะเยอะเลย แต่เรื่องที่ว่าไปนี่ก็ยังเป็นเพียงแค่ผิวน้ำเท่านั้น ยังไม่ลงลึกอะไร ประเด็นบางอันก็เป็นเพียงข้อสังเกตุของผมเท่านั้น ฉะนั้นบทความนี้ค่อนข้างต้องใช้วิจารณญาณ ของแต่ละท่านในการอ่านนะครับ อย่าเชื่อผม 100% และก็ไม่ต้องกลัวการสปอยนะครับ เพราะที่เล่าไปนี้แค่เนื้อเรื่องส่วนหนึ่งเท่านั้น รายละเอียด ปมปัญหา ความลับหรือตอนจบยังไม่ได้เปิดเผยแต่ประการใดในเนื้อหาที่ได้อ่านมา เป็นเพียงประเด็นที่ผมหยิบยกมาเท่านั้น แถมยังเป็นช่วงที่คนเขาเบื่อกันอย่างที่ได้ว่าไป ซึ่งผมก็หวังว่าคนที่อ่านบทความนี้และยังไม่ได้ดู เมื่อได้ดูแล้วจะได้อรรถรสมากขึ้น
 
 
 
กองเรือการ์กันเทีย
 
     งานอนิเมเรื่องนี้ถือว่าคุณภาพครับ ทั้งงานภาพงานเสียง ถือว่าทำออกมาได้ดี การจับโทนเรื่องก็เอาอยู่กับบรรยากาศที่หลายคนเปรียบเหมือนหนังเรื่อง Dances with Wolves ที่คนต่างวัฒนธรรมได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน เพียงแต่เรื่อง Dances with Wolves เป็นทหารอเมริกันหลงไปอยู่ในชนเผ่าอินเดียนแดงในช่วงที่อเมริกากับอินเดียนแดงกำลังรบกัน ส่วน Suisei no Gargantia เป็นนับรบอวกาศหลงมาอยู่บนโลก ซึ่งทำออกมาได้ดีอย่างที่กล่าวไว้ ที่เสริมโทนอนิเมให้ได้อารมณ์ขึ้นไปอีก คงหนีไม่พ้น Soundtrack ที่แสดงความโดดเดี่ยวของเลโด้เมื่อต้องผลัดมาอยู่ในที่ไม่คุ้นเคย มีเพื่อนรู้ใจแค่ A.I. เท่านั้น แต่ในโทนเหงาๆที่เข้ากับฉากที่เป็นทะเล โทนลึกลับหรือฉากบิ้วอารมณ์ก็ทำได้ดีเช่นกัน ถ้าจะให้แย่ก็คงเป็นจำนวนตอนที่น้อย ทำให้ลงอะไรที่ลึกไม่ได้ ซึ่งผมมั่นใจว่าถ้าได้ทำเป็นซีรี่ย์ 25 ตอน ลุงเกนแกจัดหนักกว่านี้แน่นอน หรือเป็นความต้องการของแกเองหรือเปล่าไม่รู้นะ เพราะปกติยี้ห้อ อุโรบุจิ เกน มักจะมาแนวดาร์ก ตัวละครอันเป็นที่รักของคนดูต้องตายสักตัวในเรื่องของแก แต่เล่นมาแนวใสๆแบบนี้ แฟนฮาร์ดคอร์แกที่รอดราม่าปวดตับจะผิดหวังไปก็ไม่แปลก สำหรับผมไม่คิดมาก แกจะมาดาร์คสไตล์อย่าง Psycho - Pass หรือใสๆ Happy Ending อย่างเรื่องนี้ ขอแค่แกเขียนบทดีผมก็ดูได้ละ 
 
 
Soundtrack ของเรื่องนี้ที่ผมชอบมาก ฟังไม่เบื่อเลย
     
 
 
 
        ตอนนี้ Suisei no Gargantia ก็ถูก LC โดยอาเฮียปัญญา Work Point ไปแล้วนะครับ ซึ่งไม่มีแววว่าแกจะทำแผ่น  ออกมาขาย แต่เอาไปฉายช่องแกเฉยๆ ถ้าสนใจกันก็คงต้องหาซับเถื่อนตามเว็บดูกันนะครับ น่าจะหาไม่ยาก เพราะเรื่องนี้ก็ดังอยู่ และตอนนี้ก็ประกาศทำซีซั่น 2 แล้ว หากคุณชอบอนิเมแนวไซไฟ Feel Good ผสมแนวหุ่นยนต์ เนื้อเรื่องสไตล์ Healing ปนแนวลึกลับแล้วละก็  Suisei no Gargantia คือ อนิเมของคุณครับ
 
 
 
 
L  .  F  E  A  R  E
 
       

Comment

Comment:

Tweet