49 List / 150 สุดยอด soundtracks ที่โลกยกย่องว่าดีที่สุด Part 1
 
 
      4 รางวัลใหญ่,10 สถาบัน,สื่อ,นักวิจารณ์ยกย่องว่าดี เยี่ยม ยิ่งใหญ่ นี่คือการจัดอันดับสุดยอด Soundtrack ที่คุณควรหามาเก็บเอาไว้ในคอลเลคชั่น หรือ ต้องฟังให้ได้ก่อนตาย
 
 
 
 
   หลังจากฟัง Soundtracks มาร่วม 30 ปี หลังจากใช้เวลาหลายอาทิตย์ค้นและลำดับข้อมูลอยู่นานสองนานสุดท้าย ความพยายามที่จะหาคำตอบว่า Soundtrack หรือ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ (ทั้งที่มี อัลบั้มและไม่มี) เรื่องใดที่ถือเป็นสุดยอดดนตรีประกอบหนังเท่าที่เคยมีมาก็ได้บรรลุผล
 
   ต่อไปนี้คืออันดับ หรือ Lists ของสุดยอด Soundtrack ที่ได้มาโดยไม่ใช่เอาตัวผมเป็นเกณฑ์ แต่เกิดจากการเห็นฟ้องกัน (จะตั้งใจหรือบังเอิญก็สุดแล้วแต่) ของกรรมการที่ตัดสินรางวัลใหญ่ (ออสการ์, ลูกโลกทองคำ, บาฟต้า, แกรมมี่) สถาบันหนัง สื่อ นักวิจารณ์ คนแต่งเพลง (composers) และคนดูหนัง-ฟังซาวน์ดแทรค ที่รวบรวมมาได้จาก 14 แหล่งข้อมูล ซึ่งแต่ละที่ก็มีความชอบ รสนิยมหนัง-ดนตรีแตกต่างกันออกไป แต่ก็มีที่เห็นตรงกันว่า "เหล่านี้" คือ The Best ของ soundtrack โดยในที่นี้จะไล่ลำดับจาก list ท้ายๆขึ้นไปถึงปลายอันเป็นที่สุดของที่สุด คือเริ่มตั้งแต่ดนตรีหนังที่มีอย่างน้อย 2 สถาบันเห็นพ้องต้องกันว่าเยี่ยม..ไปถึง 2 สถาบันและ 1 รางวัล...ไปเรื่อยจนถึงได้ทุกรางวัลใหญ่ (The Big Four) และแทบทุกสถาบันบอกว่าเป็นที่สุดของที่สุด ทั้งหมดมีประมาณ 43 อันดับ นับเป็นตัว soundtrack ได้กว่า 150 เรื่อง
 
   ไม่ให้เสียเวลาไปว่ากันที่ list แรกกันเลย
 
1.King Kong (1933)
2.Fantasia (1940)
3.Laura (1944)
4.The Big Country (1958)
5.North By North West (1959)
6.Jules et Jim (1962)
7.Goldfinger (1964)
8.Alfie (1966)
9.The Good the Bad and the Ugly (1966)
10.The Ipcress File (1966)
11.Midnight Cowboy (1969)
12.On Her Majesty's Secret Sevice (1969)
13.The Italian Job (1969)
14.Performance (1970)
15.Dirty Harry (1971)
16.Dougal and the Blue Cat (1972)
17.The Rocky Horror Picture Show (1975)
18.Tommy (1975)
19.The Last Waltz (1978)
20.Manhattan (1979)
21.The Big Chill (1983)
22.Amadeus (1984)
23.Beat Street (1984)
24.This Is Spinal Tap (1984)
25.Blue Velvet (1986)
26.Rushmore (1998)
27.Fire Walk With Me (1992)
28.The Piano (1993)
29.Above the Rim (1994)
30.Waiting to Exhale (1995)
31.Fargo (1996) (+Barton Fink)
32.Garden State (2004)
 
   และต่อไปนี้คือข้อมูลเบื้องต้นของ soundtrack แต่ละเรื่อง
 
43.1. King Kong (1933) - Max Steiner : ปฐมบทแห่งดนตรีหนัง

 
 
ลำดับที่ 13 : AFI's 100 Years of Film Scores Top 25
ลำดับที่ 39 : Entertainment Weekly : America's 100 Best Movie Soundtracks (2011)
 
เหมือนบังเอิญอย่างไม่บังเอิญที่ Soundtrack เรื่องแรกที่เราเอ่ยถึง คือ ดนตรีในหนังเรื่องแรกๆที่ถูกแต่งขึ้นในลักษณะดนตรีประกอบที่เราคุ้นเคย(แต่ไม่ค่อยได้ตั้งใจฟัง)ในปัจจุบันดนตรีมีคู่กับหนังมาตั้งแต่หนังยังพูดไม่ได้(หนังใบ้) เพราะ ต่อให้หนังยุคแรกๆจะเป็นความอัศจรรย์แห่งยุคสมัย แต่ก็ไม่มีใครทนการดูเงาบนจอกลางความเงียบๆในห้องมืดๆได้นานๆ แต่ดนตรียุคหนังเงียบแรกสุดคือ ดนตรีตามคิว คือ ตื่นเต้น เปียโนบรรเลงเพลงนี้ เศร้า ก็บรรเลงอีกเพลง คิวเหล่านี้เอาไปใช้กับหนังได้ทุกเรื่อง สมัยนั้นยังไม่มีใครแต่งดนตรีขึ้นมาเฉพาะหนังเรื่องหนึ่งๆ และดนตรีในหนังก็ไม่ได้ทำหน้าที่ "เล่าเรื่อง" ไปด้วย จนกระทั่ง Max Steiner แต่งดนตรีโดย "ทดลอง" หาแนวใหม่ๆให้กับดนตรีในหนัง และสุดท้ายทั้งหนังทั้งดนตรีก็กลายเป็นประวัติศาสตร์
 
ดนตรีของ King Kong คือปฐมบทของ Soundtrack สถาบันภาพยนต์อเมริกาจัดอันดับดนตรีเรื่องนี้อยู่อันดับ 13 (จาก Top 25) และนิตยสาร Entertainment Weekly ให้อยู่ที่อันดับ 39 ของ 100 soundtrak หนังที่ดีที่สุดของอเมริกา หนังสือที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ของดนตรีประกอบภาพยนตร์แทบไม่มีเล่มไหนที่ไม่กล่าวถึงมัน แต่ผ่านไป 43 ปี King Kong จึงจะมี soundtrack เป็นเรื่องเป็นราวแต่ก็เป็นการนำดนตรีบางส่วนของหนังมาบรรเลงใหม่แบบสเตอริโอโดย Fred Steiner ออกเป็น LP ปี 1976 โดย Entr'acte (12 tracks:47 นาที) ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นต้นฉบับของซีดีชุดที่ออกโดย Label X ปี 1993 (13 tracks:48 นาที) คือเพิ่ม "RKO logo and main title" เข้าไปอีก1แทรค
 
ในปี 1997 มีการนำดนตรีของ King Kong มาบรรเลงใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการ "ปฏิสังขร" (restoration) ดนตรีฉบับเต็ม (complete film score) คือฟังจากหนัง+แผ่นโน้ตสกอร์ที่หลงเหลือ + ข้อมูลอื่นแล้วเรียบเรียงเสียงประสานขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเดิม โดยออกเป็นซีดีของค่าย Maco Polo (22 tracks:72 นาที) และ ออกซ้ำโดย Naxos ปี 2005 แต่ดนตรีเวอร์ชั่นดั้งเดิม (บางส่วน) ก็ออกเป็นซีดีครั้งแรกโดย Rhino ปี 1999 (20 tracks:74:00 นาที-เฉพาะ แทรคที่ 12-20 ที่เป็นเวอร์ชั่นเดิมของ Steiner)ดนตรีของ King King อาจยังไม่มีธีมหรือทำนองที่ติดหู แต่มันก็ปูทางให้กับดนตรีแนวผจญภัย แนวหนังอลังการ หรือกระทั่งดนตรีสัตว์ประหลาด ซึ่งถ้าจะฟังให้เป็นประวัติศาสตร์ก็นับว่าเป็นเกียรติกับหูอย่างยิ่งแล
 
 
 
(ตัวอย่างเวอร์ชั่นบรรเลงใหม่ : 1933 King Kong - Max Steiner (Soundtrack, Main Theme)

 
43.2.Fantasia (1940) - Various Composers-Leopold Stokowski conducts the Philadelphia Orchestra soundtrack : รวมเพลงอันล้ำลึก
 
 
 
ลำดับที่ 46 : Entertainment Weekly : America's 100 Best Movie Soundtracks (2011)
ลำดับที่ 100 : The Telegraph : 100 best movie soundtracks (2008)
 
Soundtrack ที่ทำออกมาเป็นอัลบั้มจะมี 2 แนวคือ
 
1.อัลบั้มดนตรีหรือเพลงที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อให้สำหรับหนังเรื่องนั้นเป็นครั้งแรกโดยมาพวกนี้จะระบุที่หน้าปกว่า original (จะเป็น original motion picture soundtrack, original music, original songs หรือ original score ก็ว่าไป)
 
2.อัลบั้มรวมเพลงหรือดนตรีที่ถูกเลือกมาใช้กับหนัง โดยมากจะเป็นดนตรีหรือเพลงที่แต่งขึ้นก่อนตัวหนัง มักเป็นเพลงฮิต หรือดนตรีที่คุ้นหู จุดสังเกตุคือหน้าปกจะใช้ว่า Music from หรือ Songs from เป็นต้น ซึ่งสำหรับคนทั่วๆไปเมื่อได้ยินคำว่า soundtrack ก็จะนึกถึงอัลบั้มอย่างหลังนี้มากกว่า(ด้วยการตลาดของหนัง) แต่คนในยุทธจักรจะเรียกอัลบั้มกลุ่มนี้ว่า อัลบั้มรวมเพลง หรือ compilation album
 
Soundtrack ของ อนิเมชั่น Fantasia ก็คืออัลบั้มรวมเพลงดีๆนี่เอง แต่เพลงที่รวมไม่ใช่เพลงป็อป เพลงแร็พ ฯลฯ ตามตลาดเพลงหนัง แต่เป็น เพลงคลาสสิก! หรือพูดให้ตรงกว่านั้นก็คือ สุดยอดแห่งเพลงคลาสสิก!!
 
ทั้งนี้เนื่องมาจากตัวหนังการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องที่ 2 ของ Walt Disney นั้น hi concept โคตรๆ แม้จะเทียบกับมาตราฐานสมัยนี้ก็เหอะ นี่คือหนังแนวทดลองที่จับเอาภาพ (image) และเสียง (sounds) มาสมรสกัน โดย Disney ให้เหล่านักวาดการ์ตูนฟังดนตรีและจินตนาการดนตรีออกมาเป็นภาพ และ ผลที่ได้ออกมาไม่มีอะไรขาดเกินไปจากสิ่งที่เรียกว่า "ศิลปะ"

ดนตรีของ Bach กับภาพ abstract ระบำของเหล่าดอกไม้ใบหญ้า(การ์ตูน)ตามบทเพลง Nutcracker  Symphony No.6 ของ Beethoven กับกิจกรรมของเหล่าทวยเทพแห่งโอลิมปัส มิคกี้ เมาส์ กับบทบาทระดับ icon ในบทเพลง The Sorcerer's Apprentice และที่สุดแห่งที่สุด กับดนตรี modern อย่าง Rite of Spring กับ วิวัฒนาการของโลก ชีวิต และยุคไดโนเสาร์! ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญเท่ากับว่าดนตรีทั้งหมดที่ใช้คือดนตรีที่บรรเลงใหม่สำหรับ Fantasia โดยเฉพาะ โดยการควบคุมวงของสุดยอดคอนดักเตอร์ในยุคนั้นคือ Leopold Stokowski และ คีตกวี Igor Stravinsky ก็ได้ไปเยี่ยมกองถ่ายการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยตนเอง
 
Soundtrack ของ Fantasia ปรากฏสมบูรณ์แบบเป็น LP สามแผ่นในปี 1957 โดย Buena Vista (4/3/2 tracks : 104 นาที) ต่อมามีทั้ง LP ปี 1982 และ CD ปี 1992 ที่นำ score ของ Stokowski มาบรรเลงใหม่โดย Irwin Kostal คอนดักเตอร์มือรางวัลจาก The Sound of Music (รายละเอียดอัลบั้มเหมือนกันทุกอย่าง) ซึ่งแม้ระบบเสียงจะดีขึ้นมากแต่อารมณ์เพลงยังสู้ดนตรีดั้งเดิมของ Stokowski ไม่ได้ และสุดท้ายดนตรีดั้งเดิมที่คุมวงโดย Stokowski ที่ปรากฏเป็นCD แผ่นคู่ (9/6 tracks :104 นาที) ออกโดย Buena Vista ในปี 1990 และออกซ้ำอีกหลายครั้ง (1999,2001)(ดูเหมือนจะมีอัลบั้มประเภท hi light ด้วยเพราะเคยยืมแผ่นเสียงของพ่อเพื่อนไปถ่ายเป็นเทป แต่หาข้อมูลไม่เจอ) การันตีกันที่เวอร์ชั่นแรกโดยอันดับ 46 จาก100 ดนตรีหนังอเมริกันที่ดีที่สุดของ Entertainment Weekly และ อันดับ 100 ใน 100 ดนตรีหนังที่ดีที่สุดซึ่ง The Telegraph กล่าวไว้สั้นๆว่า "ล้ำลึก"

(ตัวอย่าง : Toccata and Fugue in D Minor - Fantasia (1940))
 
 
 
 
 
((บางส่วน) :The Rite of Spring (Stravinsky) - Fantasia)
 
 
43.3.Laura (1944) - David Ruskin : ทำนองฮิตติดหนัง...
 
 
 
ลำดับที่ 4 : 10 BEST SOUNDTRACKS Time All Time 100 movies list (2005)
ลำดับที่ 7 : AFI's 100 Years of Film Scores - 25 top
 
Richard Schickel นักวิจาณ์ของ Time ที่ช่วยกันทำ list 100 หนังตลอดกาล ได้เลือกอัลบั้ม soundtrack ที่ดีที่สุดขึ้นมา 10 ชุด และเขาพูดถึง soundtrack ของ Laura ว่า
 
"ให้ลืมเพลงป็อปที่มาจากทำนองของ David Ruskin และลองสนใจกับการแปรท่วงทำนองนี้ไปใช้ในหนัง แล้วจะเห็นว่าดนตรีดีๆก็สามารถยกหนังออกไปจากข้อจำกัดของหนังได้ ซึ่งเราก็มักลืมกันไปว่าดนตรีประกอบหนังที่สุดยอดนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง"
 
Soundtrack ของ Laura เป็นตัวอย่างดนตรีหนังประเภทที่มีทำนองฮิตหรือคุ้นหู และมีการเขียนเนื้ิอใส่ทำนองขึ้นภายหลัง มันกลายเป็นเพลงมาตราฐานของแจ๊สที่ถูก cover ไปไม่น้อยกว่า 400 ศิลปิน ทั้งนี้ตัวอัลบั้มมีทั้งแบบรวมฮิตงานของ Ruskin (RCA Red Seal (LP-1976) คุมวงโดย Ruskin เอง, RCA Victor(CD-1986), RCA Red Seal (CD-2011)) ตัวอัลบั้ม soundtrack จริงๆปรากฏเป็นซีดีในปี 1993 โดย Fox Record แต่ก็ยังเป็นอัลบั้มผสม (อีกครึ่งเป็นดนตรีจากหนัง Jane Eyre ของ Bernard Herrmann) อย่างไรก็ตามนั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้ฟัง Laura Suite: Theme and Variation ที่ยาว 27 นาทีกว่าที่เป็นดนตรีดั้งเดิมของหนังหลังจากเวลาผ่านไปเกือบ 30 ปี
 
กระทั่งในปี 2013 ค่าย Kritzerland ได้ออกอัลบั้ม soundtrack ฉบับเต็ม (18 tracks:65 นาที) และแบ่งตัวดนตรีจากหนัง 16 tracks และเพลงแถม 2 tracks คือ Laura Suite และ demo แรกของ Laura's Theme ความยาว 1 นาทีกว่าๆเข้าไปด้วย ซึ่งนั่นจะเป็นครั้งแรกเราจะได้ยิน Laura's Theme ก่อกำเนิดขึ้นตามที่เล่าขานกันว่าผู้กำกับ Otto Preminger ให้เวลากับ Ruskin แค่สุดสัปดาห์เพื่อแต่งทำนองใหม่ให้ได้ และจู่ๆทำนองเพลงนี้ก็อุบัติขึ้นขณะที่ Ruskin ได้อ่านจดหมายจากคนรักของเขา
 
 
 
 
(ตัวอย่างเวอร์ชั่นดั้งเดิม : Laura (Main Theme)
 
 
 
 
(ตัวอย่าง cover เวอร์ชั่นแจ๊ส : Laura - Charlie Parker)
 
 
43.4.The Big Country (1958) - Jerome Moross : โหมโรงโคบาล
 
 
 
ลำดับที่  7 : MOJO's Top 100 Soundtracks of All Time List (2005)
ลำดับที่ 12 : The Telegraph : 100 best movie soundtracks (2008)
Nomination : Academy Award : Best Original Score (1958)
 
เราคงเคยได้ยิน ดนตรีของหนัง The Big Country กันมาบ้างแต่อาจไม่รู้ว่ามันคือเพลงอะไร มาจากไหน William Wyler เปิดหนังด้วยภาพรถม้าคันหนึ่งกำลังทะยานไปในทุ่งกว้าง แต่ Moross เปิดหนังด้วยดนตรี (main title) ที่พาคนดูไปไกลสุดความอลังการของดินแดนตะวันตกโบราณ The Telegraph บอกว่า
 
"เป็นเสียงจากตะวันตกโบราณ (old west) ที่ใหม่ เจิดจรัส และอลังการ" ส่วน MOJO บอกว่านี่คือ "เดอะ best ในสไตล์ของ Aaron Copland (คีตกวีชาวอเมริกัน)"

The Big Country มี soundtrack เป็น LP ออกพร้อมหนัง โดย United Artist (12 tracks:27 นาที) ซึ่งดนตร