Eternal Sunshine of the Spotless Mind
เพราะความจำในหัวมันลบง่าย แต่ความจำในใจมันลบยาก
 
 
 

     Eternal Sunshine of the Spotless Mind ไม่ใช่หนังรัก และไม่ใช่หนังวิทยาศาสตร์ ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะคาบเกี่ยวกันทั้งสองเรื่องก็ตามที เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงคำว่ารัก แต่พูดถึงสิ่งที่เหนือไปกว่านั้น และสิ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ ไม่มีทฤษฎีใดๆในโลกที่จะนำมาอธิบาย ทั้งการมีอยู่และการหมดไป นี่คือสิ่งที่ลึกลับยิ่งกว่าจุดดำบนดวงอาทิตย์ หรือมนุษย์ต่างดาว เพราะเราต่างประสบพบเจอมัน ใกล้ชิดกับมัน แต่ไม่สามารถที่จะเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้อธิบายมันได้อย่างเข้าใจ อยู่ใกล้แต่เหมือนไกล แปลกหน้าแต่ใกล้ชิด ค้นหาแต่คว้าไม่เจอ

     มีประโยคอยู่2ถึง3ประโยคที่อยากให้คุณลองทำความเข้าใจกับประโยคเหล่านี้แล้วคุณจะเข้าใจหนังเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

- “เมื่อเราหาใครสักคนเจอแล้ว แต่เราจะอยู่กับเขาคนนั้นอย่างไร นั่นต่างหากคือสิ่งที่เราต้องค้นหา เพื่อที่จะค้นพบคำตอบ –  ไปด้วยกัน

- “ทำไมคนเราถึงรักกัน มีสิ่งมากมายหลายประการที่จะทำให้เรารักกัน และก็มีสิ่งมากมายหลากหลายประการเช่นเดียว กันที่เราต้องเลิกรากัน และบางทีสิ่งนั้นอาจจะเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่ทำให้เรารักกัน”

- “จริงหรือ? ที่ซากปรักหักพังของรักที่ล่มสลาย จะมีแต่ความเจ็บปวดที่บั่นทอนจิตใจ

 

 

     เริ่มด้วยการเปิดเรื่องขึ้นมาด้วยฉาก เหตุการณ์บนรถไฟในตอนแรกก็คือเหตุการณ์ล่าสุดหลังจากที่ทั้งคู่โดนลบความจำไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทุกเหตุการณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสถานที่หรือสิ่งของที่มีความเกี่ยวข้องกับทั้งคู่ ต่างคนก็ต่างลืมมันไปทั้งหมด  ซึ่งการที่คลีเมนไทล์ (Kate Winslet) สนใจโจเอล (Jim Carrey) เป็นพิเศษ หลังจากเธอลบโจเอลออกไปจากความทรงจำนั้นก็มาจากการที่โจเอลอยู่ในส่วนเบื้องลึกของจิตใจ ทำให้เกิดความรู้สึก"ถูกชะตา" มันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลย


      ความรักที่ผ่านมาของทั้งสองคน เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าจดจำ แต่การตัดสินใจของคลีเมนไทล์ที่ไปลบโจเอลออกนั้น ก็มาจากคำพูดที่ไม่มีสติของโจเอล และความงี่เง่าของคลีเมนไทล์เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ในวันสุดท้ายที่ทะเลาะกันก่อนที่ คลีเมนไทล์จะตัดสินใจเลิก (ทั้งๆที่ยังรักโจเอลอย่างสุดหัวใจ) และไปลบความทรงจำโจเอลออก ซึ่งจริงๆแล้วเธอไม่ได้เป็นคนที่มั่ว หรือใจง่ายอย่างที่โจเอลเข้าใจ

        หนังทำให้เราได้เห็นกระบวนการลบความทรงจำของ Lacuna Inc. ที่เหมือนกับเราได้นั่งเครื่องย้อนเวลาช่วยให้เราลองมองไปอนาคต เมื่อคนเคยรักกันกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน และย้อนกลับไปทบทวนเรื่องราวในอดีตที่ผ่านพ้น ให้เราได้มองเรื่องราวของตัวเอง โดยเปลี่ยนจากบทบาทของบุคคลที่ 1 หรือ 2 ที่อยู่ในเหตุการณ์ เป็นบุคคลที่ 3 ที่เฝ้ามองตัวเอง

“ที่ Lacuna Inc. อาจลบได้แค่ภาพของเขาหรือเธอคนนั้นออกไป แต่จะไม่มีวันลบความรู้สึกของกันและกันออกไปได้เลย”

     ถึงความทรงจำจะถูกลบออกไปไม่เหลือแม้แต่พื้นที่เดียว แต่ทำไมทั้งโจเอลและคลีเมนไทล์ยังกลับไปเจอกัน ทำไม Mary (Kirsten Dunst) ยังกลับไปพบรักกับ Dr. Mierzwiak (Tom Wilkinson) ทั้งที่ 3 คนนี้ต่างถูกลบความทรงจำไปแล้ว เพราะ "You can erase someone from your mind. Getting them out of your heart is another story."

     แต่ในท้ายที่สุดเรื่องก็ดำเนินมาถึงสถานที่สุดท้ายที่โจเอลกับคลีเมนไทน์หนีมาซ่อน โปรแกรมล้างความจำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คิด และคลีเมนไทน์กำลังจะหายไป ในวินาทีสุดท้าย คำพูดที่เธอกระซิบข้างหูเขาคือ "มาพบฉันที่มอนท็อค" ในตอนท้ายทั้งคู่ได้ฟังเทปของกันและกัน  การได้ฟังเทปอีกครั้งหลังการถูกลบความทรงจำ ถึงแม้จะเป็นการพูดถึงข้อเสียของกันและกัน แต่มันก็เป็นแค่เพียงคำพูดจากเทป ที่ทั้งคู่ไม่สามารถรู้สึกได้ด้วยการกระทำ เพราะฉะนั้นการที่ต่างคนต่างรับรู้ข้อเสียของกันและกัน จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การเริ่มต้นใหม่

 

 

     ถ้าต่างคนต่างไม่ได้ฟังเทป แล้วตัดสินใจมาคบกันใหม่ ความรักมันก็จะลงเอยเหมือนเดิมกับที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการที่ต่างคนต่างยอมรับซึ่งกันและกันมันจึงเหมือนกับว่า ต่างคนต่างยอมรับในกันและกันได้ และพร้อมจะปรับปรุงตัวเองใหม่ เพื่อให้ความรักในครั้งนี้เป็นไปอย่างสวยงาม สิ่งที่หนังพยายามจะสื่อ การลืมไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะการลืมอย่างเดียวมันจะทำให้คุณกลับมาทำผิดซ้ำสอง เพราะตัวคุณก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไป แต่การหันกลับไปมอง หรือฟังสิ่งที่อีกฝ่ายรู้สึก ให้อภัยกัน และยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็นต่างหากคือสิ่งที่ดีที่สุด

    คำนี้ยอดฮิตตลอดกาลและเหมาะกับหนังเรื่องนี้

"ท้ายที่สุดแล้วเราคงต้องกลับมาตั้งต้นกับคำว่า Nobody Perfect"

 
Quote of ETERNAL SUNSHINE OF THE SPOTLESS MIND
 
"ผู้มีสุขย่อมรู้จักลืมเพราะพวกเขาเอาชนะความเขลาของตนได้"  by Nitchez

"ชะตาของสาวบริสุทธิ์นั้นจะสุขเพียงไหน"

"โลกกำลังหลงลืมเพราะโลกถูกลืม"

"จิตใจไร้มลทินจะพบแสงสว่างชั่วนิรันดร์"

"แต่ละคำสวดถูกยอมรับแต่ละความปราถนากลายเป็นจริง"

by Alexander Pope

 

 

ประเด็นของหนังในสายตาผู้เขียน

     หนังได้พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับความทรงจำแต่คราวนี้เป็นความทรงจำที่ไม่ได้เลือนหายเพราะอุบัติเหตุแต่อย่างใดแต่เป็นความต้องการของบุคคลที่มีความพึงพอใจในการที่จะทำลายความทรงจำของตัวเองในช่วงหนึ่งที่ตัวเองอยากลบไปจากสมองและจากใจ โดยใช้วิทยาการทางการแพทย์เป็นตัวการทำลายความทรงจำของตัวเองให้เลือนหายไป จุดนี้แหละที่กำลังจะพูดถึงจิตใจของปุตุชนคนทั่วไปบนโลกเมื่อวันที่พวกเขามีความสุขเขาก็ปราถนาที่อยากจะเก็บความทรงจำดีๆนี้ไว้ แต่ถ้าเมื่อวันใดเขาได้รับความความทุกข์ที่มาบั่นทอนจิตใจเขาเขาก็ปราถนาที่จะทำลายความทรงจำนั้นให้เลือนหายไปจากชีวิต นี้คือเรื่องโคตรธรรมดาที่คนทุกคนเป็นและเกิดขึ้นได้กับทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 
 
 
     เมื่อพูดถึงวิธีการลบความทรงจำทางการแพทย์นั้นมันก็มีสิ่งที่ทำให้เราต้องพูดถึง การกระทำนี้ก็เหมือนกับเหรียญสองด้าน มันมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เราจะดูเพียงด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้   ด้านที่ดี คือ มันสามารถทำให้ความทุกข์ของเราหายไปได้ แต่ที่หายมันแค่หายไปจากความทรงจำ แต่มันสามารถทำให้หายไปจากใจเราได้จริงๆหรอ?เมื่อก้นเบื้องลึกสุดใจของเรานั้นยังมีความรู้สึกดีๆที่เรามีให้แก่กันเป็นช่วงเวลาดีๆที่สัมผัสได้ด้วยใจของคนสองคนสิ่งที่จะลบเลือนสิ่งเหล่านี้ได้มีแค่ความตาย เพราะต่อให้คุณแก่จนจำอะไรไม่ได้แต่แค่คุณมองตาคนที่คุณรักมันก็สามารถสัมผัสถึงมันได้ด้วยความรู้สึกดีๆสำหรับด้านที่ไม่ดี คือ มันอาจจะปกปิดด้านมือของเราที่เคยทำผิดพลาดมาและมันจะทำให้เราเป็นคนที่ทำผิดซ้ำถึงสองครั้ง
 
     พอผู้เขียนดูหนังเรื่องนี้ไปเรื่อยๆจนถึงฉากหนึ่งที่เหมือนกับหนังเรื่อง P-047 แต่เพียงผู้เดียว ตรงที่ได้มีตัวละครตัวหนึ่งที่เป็นทีมผู้ช่วยในการลบความทรงจำนั้นใช้ช่องว่างของการลบความทรงจำได้นำข้อมูลของคนไข้(ของพระเอก)มาหลอกนางเอกที่ปราศจากความทรงจำเกี่ยวกับพระเอก(เป็นการสวมรอยว่าเป็นพระเอกซะเอง)ว่าตัวผู้ช่วยเนี่ยเป็นพระเอกเป็นคนที่นางเอกรู้สึกดีด้วยๆจนทำให้นางเอกตกหลุมรักผู้ช่วยคนนี้นี่เป็นจุดที่มีความคล้ายคลึงกันของตัวละครสองเรื่อง  พูดง่ายๆก็คือเราได้ลบเรื่องราวของคนๆหนึ่งไปจากสมองของอีกคน แต่พอคนที่โดนลบความทรงจำพอฟื้นขึ้นมา คุณก็ไปสวมเป็นบุคคลที่คุณลบเลือนไปให้เป็นตัวคุณเอง
 
     การลบเลือนความทรงจำในก็เหมือนมีดอาบน้ำผึ้ง ที่เอาความหวานมาหลอกล่อให้คุณรู้สึกสบายใจที่ความทรงจำอันเลวร้ายที่คุณไม่ต้องการจดจำนั้นได้หายไปหมดสิ้น แต่ในทางกลับกันมัจก็เหมือนมีดที่กลับมาทิ่มแทงคุณอีกครั้ง เพราะ คนที่คิดไม่ดีกับคุณหรือต้องการบางสิ่งบางอย่างจากคุณจะใช้ช่องว่างระหว่างความทรงจำของคุณเข้ามาสวมบทบาทในสิ่งที่คุณได้ลบเลือนมันไปแล้วซึ่งคุณไม่มีวันที่จำมันได้อีกเลย
 
 

 
     จุดที่โดนใจที่สุดของผู้เขียน  คือ เวลาที่สภาพจิตใจของคุณย่ำแย่ หดหู่ หรือทุกครั้งที่คุณใจร้อนนั้น ทุกๆการกระทำและคำพูดนั้นเป็นสิ่งที่บั่นทอนใจซึ่งกันและกัน ทุกคนคงลืมเรื่องราวดีๆที่มีให้แก่กันในตอนที่ยังรักกันหวานฉ่ำ แต่ถ้าหากเราลองเปิดใจยอมรับของเสียของทั้งสองฝ่ายแล้วคุณก็จะรู้ว่าไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะสมบูรณ์แบบๆไปซะทุกเรื่อง ต่างคนต่างมีข้อเสีย ขอเพียงคุณมีแค่คำไม่กี่คำคือ "รู้ต่าง รู้คิด และ ปิดปรับปรุง"
 
รู้ต่าง = รู้ถึงความแตกต่างของคนว่ามันไม่เหมือนกัน

รู้คิด = ทุกครั้งที่มีเรื่องไม่ควรใช้อารมณ์หรือคำพูดมานำชีวิต ต้องใช้ความคิดเป็นตัวนำชีวิต

ปิดปรับปรุง = เมื่อรู้ถึงความต่างของกันและกันก็เพียงแค่หยุดเพื่อปรับปรุง เพียงถอยกันแค่คนละก้าวก็จะทำให้ชีวิตของเรามีความสุขตลอดไป

 
 
 
 
 
 
 
แถมอีกๆ อันนี้เป็นของ Fan Made แลดูคนละฟีลกับอันบนเลย
 

 
 
 
 
By  C O U S S U
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!
ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ
ชอบทั้งเนื้อหาหนัง และ การแสดงของดารานำทั้งสอง
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆ นะครับ

#3 By back-to-basic on 2013-07-25 17:35

หนังเซอร์ เหวอสุดๆ แนะนำเลยสำหรับคนที่คิดว่าชีวิตนี้ืso easy
อย่าลืมหา soundtrack มาฟังด้วยเด้อ.

#2 By Jediscore (103.7.57.18|124.120.39.5) on 2013-04-21 16:07

เฮียจิมกับป้าเคทในเรื่องเดียวกัน ฟินเลยคับ ชอบทั้ง 2 คน อิอิ ความทรงจำที่ไม่ดีบางทีมันอาจเป็นได้ทั้งพิษและยาขมนะ เจ็บก็จริงแต่ถ้ารับได้เราจะเข้มแข็งขึ้นเยอะเลยละ big smile

#1 By F E A R E (103.7.57.18|171.6.201.160) on 2013-04-18 16:30